NongerTalk

            ห้วงที่ผ่านมามีหลายงานที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จ  และก็ต้องดูแลภรรยาที่กำลังท้องอยู่   หลายท่านอาจจะคิดว่าคลอดไปแล้ว  ที่จริงเพิ่งจะครบกำหนดคลอดเมื่อ  5  ก.ย.51  ที่ผ่านมา โดยการผ่าครับผม น้ำหนักตัวก็ 3.4  แข็งแรงดีทั้งแม่ และลูกครับผม  ก็ถึงเวลาที่รอคอยซะที  เอาไว้มีเวลาจะนำรูปสมาชิกใหม่ในบ้าน  มาให้ชมกันนะครับ    คงจะ edit ในนี้ไปเลยครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยลุ้นครับผม   พระคุ้มครองครับ ^^

Nonger

ปล.  เจ้าตัวเล็กชื่อเล่นว่า  ไนซ์  (Nice)

--------------------------------------------------

edit เพิ่มครับผม  รูปน้องไนซ์

                  ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังกินกำลังนอน  งอแงเฉพาะ ตอนหิวครับผม....   ^ ^

edit @ 17 Sep 2008 09:26:24 by Nonger

              สวัสดีครับผม    ก็รีบกลับมาอัพเรื่องที่ค้างไว้   คือ  บทเรียนจากการรบของ รพศ.สหรัฐ   เนื้อหาที่น่าสนใจนั้นมีอยู่เยอะเลยครับ  ผมจะพยายามเรียบเรียงทีละเนื้อหาละกันครับผม   ก็พยายามเคลียร์ทีละเรื่องก่อน  ตอนนี้ก็มีเรื่องค้างสต๊อกอีก  ยังไงก็ต้องอัพเรียงลำดับก่อน (นี่แหล่ะ  ผลของการดองนาน  เฮ้อ...." - - )   เนื้อหาก็มีดังต่อไปนี้ครับผม 

               OPERATIONS  LESSONS  LEARNED  CW2  RAWROTH  SFODA  1121

               ในหัวข้อการสัมมนาทางทหาร  เรื่อง  บทเรียนจากการรบ   เมื่อ  9  - 13 มิ.ย.51  ที่ผ่านมา   ส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์จาก รพศ.สหรัฐ  ที่เขาได้เข้าไปปฎิบัติงานกันในหลาย ๆ ประเทศ  เช่น   ฟิลิปินส์   อาฟกานิสถาน   อิรัก   ซึ่งการเข้าไปปฏิบัติงานของ รพศ.สหรัฐ  ประเทศนั้น ๆ จะประสบปัญหาผู้ก่อการร้ายซะส่วนมากครับ   นโยบายการเริ่มสงครามกับผู้ก่อการร้ายนั้น ทุกท่านคงพอทราบมาบ้างแล้ว  จากเหตุการณ์สำคัญนั้นก็คือ “911”  หรือ  11  กันยายน  ที่ทำให้สหรัฐจริงจังกับปัญหาเรื่องการก่อการร้ายมากขึ้น    ในส่วนของพื้นที่เอเชียของเรา  ก็จะมี  รพศ.สหรัฐ  กลุ่มที่ 1  เป็นหน่วยที่รับผิดชอบครับ   การดำเนินการ   จะมีหลายรูปแบบ  เช่น  FID (การฝึกร่วม) , UW (สงครามนอกแบบ) , CMO (งานกิจการพลเรือน) , SA (ลาดตระเวนพิเศษ) , DA (การปฏิบัติการตรง)     ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศที่ รพศ.สหรัฐ เข้าไปครับ  ส่วนใหญ่การนำเสนอจะเป็นภาษาอังกฤษจะส่วนมาก   ก็จะขอนำแบบที่ผมย่อ ๆ  ไว้ในโน๊ตนำเสนอละกันทำ
            เริ่มต้นวันแรกการสัมมนา  เป็นการปฏิบัติงานด้านข่าวกรอง  ซึ่งเป็นอีกหัวใจหลักในการทำงาน  หากเราไม่รู้อะไรในส่วนของเรา  และจากข้าศึกเลย  ก็ไม่มีทางที่จะรบชนะ  ดั่งคำกล่าวของ ซุน วู ในตำราพิชัยสงครามที่ว่า  “รู้เขา  รู้เรา   รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”  ดังนั้นงานด้านข่าวกรองนี้จะทำให้เรารู้ถึง   ข้อมูล , พื้นที่  , สถานภาพ   ของข้าศึก    เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาวางแผนการปฏิบัติที่ถูกต้องได้ต่อไป    กระบวนการนำข้อมูลข่าวสารที่รับได้รับ    เพื่อนำมาทำเป็นข่าวกรอง  โดยการวิเคราะห์   มีการใช้ดังนี้ครับ 
     Five – Step  Process
     1. Planning  and  Directing
     2. Collection
     3. Processing
     4. Producting
     5. Disdsemination
      โดยการจัดทำข้อมูลดังกล่าวจะเป็นหน้าที่ของ ส.การข่าว ประจำชุดปฏิบัติการครับ  ในการดำเนินการ   รวมถึง IPB : Intelligence  Preparation  of  the Battlefield     หรือ  การจัดทำสนามรบด้านการข่าว    
 งานด้านการข่าวอีกอย่างที่ต้องทำ  TIP    แบบว่าอันนี้ไม่ใช่ว่าต้องให้เงินบ๋อย หรือสาวเชียร์เบียร์เวลาเรียกเก็บตังค์นะครับ    TIP  (Target  Intelligence Packet)   ก็คือ  การทำประวัติ  ข้อมูลบุคคล หรือเป้าหมาย โดยเราจะใช้หัวข้อ  5 W  1 H   
      Who   -   ใคร
      What  -   ทำอะไร
      When  -   เมื่อไร
      Where   -   ที่ไหน
      Why    -   ทำไม
      How    -   อย่างไร
      จากหัวข้อนี้ก็เหมือนกับของ รพศ.ไทย เราที่ใช้ครับ  เพราะหลักนิยมทางทหาร  เราก็นำแนวทางของสหรัฐเขามาเป็นต้นแบบ    ก็เอาเพียงรู้แนวทางคร่าว ๆ  ละกันครับสำหรับงานด้านการข่าว  เนื่องจากเนื้อหาลึกลงเยอะมาก   เอาเป็นว่าเมื่อได้ข่าวกรองที่แน่นอนมาแล้ว  สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือวางแผนในการปฏิบัติต่อไป  อันนี้เป็นในส่วนของหน่วยเหนือจะสั่งการต่อไป   
 ในหัวข้อต่อไป   เมื่อเราได้รับคำสั่งให้เข้าปฏิบัติเข้าที่ก็จะเข้าไปอยู่ในหัวข้อ SSE (Sensitive  Site  Exploitation)
           Search  -  ตรวจค้นอย่างละเอียด      ก็เป็นการหาสิ่งที่ผิดปกติที่ไม่ควรจะมี เช่น ปืน  ระเบิด
           Seize    -  การยึด           เมื่อค้นเจอก็ต้องทำการยึดไว้เพื่อนำไปเป็นหลักฐานต่อไป
           Segergate  -  แยกบุคคล    ในส่วนนี้จะทำการแยกผู้ต้องสงสัยออกจากกันครับ  เพื่อป้องกันการนัดแนะ  หรือส่งสัญญาณอะไรให้กัน  เพื่อไม่บอกข้อมูลแก่เรา  หรือคิดหาทางหลบหนี
           Safeguard  -  จับมัด    เก็บเอกสาร  และสิ่งของสำคัญ    เป็นการเตรียมตัวก่อนการเคลื่อนย้าย
           Speed To The Rear  -  เคลื่อนย้ายให้รวดเร็ว          
 ในการเข้าปฏิบัติดังกล่าวก็จะมีสิ่งของที่ต้องเตรียมไปด้วยนะครับ   มีดังต่อไปนี้
          1. กล้องถ่ายภาพนิ่ง/วีดีโอ     -    ใช้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน
          2.  ผ้าปิดตา
          3.  ชอล์ค หรือ ปากกามาร์คเกอร์
          4.  กุญแจมือ
          5.  ที่ปิดหู
          6.  เครื่องจับโลหะ
          7.  กระดาษ/ปากกา
          8.  เครื่องหมายบอกฝ่าย   สี    แบ่งทีม   -  เพื่อความไม่สับสนในการปฏิบัติ
          9.  กระเป๋ากระดาษ
        10.  เครื่องพิมพ์ลายนิ้วมือ
         ในส่วนนี้ก็จะเห็นได้ว่า  การทำงานของ รพศ.สหรัฐ  นั้นจะเป็นระเบียบ และมีรูปแบบมากครับ   แต่บางอย่างของเขา  และของ รพศ.ไทย   ก็ยังมีข้อแตกต่างอยู่   โดยปกติแล้วการเข้าปิดล้อมตรวจค้นของไทย   เราต้องมีตำรวจ  ฝ่ายปกครอง  และผู้นำหมู่บ้านเข้าร่วมด้วย  แต่ของเขาจะเป็น จนท.ทหาร เพียงหน่วยเดียวเลยครับ  ที่เข้าปฏิบัติ  ซึ่งมันก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป   ซึ่งดูแล้วการทำงานของเรามีโอกาสสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ได้น้อยกว่าของเขาครับ  
          ในหัวข้อต่อไปคือหัวข้อที่เราก็ประสบปัญหาอยู่เช่นเดียวกันใน  3  จชต.  นั้นก็คือ  IED  ครับ
 IED :  Improvised  Explosive  Device   หรือที่เราเรียกว่า   “ระเบิดแสวงเครื่อง”  นั้นเองไว้เอนทรี่หน้าค่อยกล่าวถึงละกันครับ

           ตอนนี้ผมก็กำลังดำเนินการเตรียมงานในส่วนของการจัดบอร์ดงานวันสถาปนากองพลอยู่  ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่  28 ก.ค. นี้ครับผม   ไว้เสร็จงานจะรีบกลับมาอัพนะครับ

พระคุ้มครองทุกท่านครับ

Nonger

 

edit @ 31 Jul 2008 18:46:17 by Nonger

            สวัสดีครับผม   ในที่สุดก็ได้กลับมาอัพบล๊อคอีกครั้ง  ก็ขออภัยที่หายหน้าไปนานเลยครับ   ยังไงก็ต้องรีบกลับมาอัพบ้าง  หลังจากพกพร่องหน้าที่ในการอัพบล็อกไปนาน  ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาก็ติดงานฝึกตลอดเลยครับ

          ห้วงปลาย เม.ย. - ปลาย พ.ค. ที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ฝึกร่วมผสมระหว่าง รพศ.ไทย กับ รพศ.สหรัฐ  ซึ่งใช้รหัส "Balance Torch 08-3"  โดยในกลุ่มที่ผมเข้ารับการนี้จะเป็นการฝึก " SR : Special Reconnaissance " หรือ "การลาดตระเวนพิเศษ"   การฝึกในครั้งนี้จะมีชุดปฏิบัติการรบพิเศษ  ซึ่งจัดการหลายหน่วยใน นสศ. และในส่วนของ ทภ.3  รวม  4  ชป. ได้แก่  รพศ.3 , รพศ.4 , รพศ.5  และ ทภ.3 (เป็น กพ. จาก พล.ม.1 และในส่วนของ ร้อย.ลว.ไกล ทภ.๓)    พื้นที่การฝึกก็ใช้พื้นที่ จ.พิษณุโลก  ในการฝึก SR  ในเมือง(Urban)  และพื้นที่รอบ รพศ.4  ใช้ในการฝึก SR ในป่า (Jungle)

          ก็เป็นการฝึกที่สนุกมากครับ  เพราะที่แปลกใหม่ไม่ค่อยได้ฝึกกันก็น่าจะเป็นการ SR ในเมือง  อีกอันก็คงเป็นวิชาการวาดเขียน (Sketching)  อันนี้ไม่ใช่จับผู้ต้องสงสัยมานั่งวาดรูปเหมือนนะครับ  แบบว่าเป็นการวาดเขียนเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง  เมื่อเราได้ทำการเฝ้าตรวจ หรือสำรวจสถานที่ต้องสงสัยมาแล้ว  ในกรณีที่ไม่มีกล้องถ่ายภาพนิ่ง หรือกล้องถ่ายวีดีโอบันทึกไว้   เพื่อนำมาเป็นข้อมูลส่งให้หน่วยเหนือต่อไป    ซึ่งเป็นการลาดตระเวนพิเศษก็มี แบบเป็นพื้นที่ (Area Reconnaissance)  แบบลาดตระเวนเป็นจุด (Point Recon)  ในการเข้าหาข้อมูลของเป้าหมาย (Target)   ที่ว่าแปลกใหม่ก็คือการลาดตระเวนพิเศษในเมืองในรูปแบบของฝรั่งนี่ ลักษณะออกไปทางหนังแนว "สายลับ" หรือ "จารชน" ประมาณนี้ ครับผม  ในอังกฤษก็คงเรียกว่า "เจมส์  บอนส์"  ในสหรัฐก็ต้อง "เจสัน  บอนส์"  แต่ในไทยนี่ไม่รู้จะ "บอน" อะไรดี   แฮะ  แฮะ  นอกเรื่องไปซะล่ะ       โดยในการฝึกครั้งนี้ก็จะเป็นการจำลองสถานการณ์ว่ามีผู้ก่อการร้ายข้ามชาติมีการเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย  โดยมีแผนจะก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ จ.พิษณุโลก   ภารกิจที่ได้รับมอบให้ของแต่ละ ชป.รพศ. ที่เข้าร่วมในการฝึกก็คือ  "ต้องทำการเกาะติดเป้าหมายบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นผู้ก่อการร้าย  โดยจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล พฤติกรรม และสถานที่ต่าง ๆ ที่ผู้ต้องสงสัยเดินทางไป  สิ่งสำคัญที่สุดต้องไม่ให้เป้าหมายซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัย  รู้สึกตัวว่ากำลังตกเป็นเป้า และถูกติดตาม" 

          เป้าหมายของแต่ละชุดจะมีข้อมูลเพียงรูปถ่ายของบุคคลเป้าหมาย และสถานที่ที่คาดว่าน่าจะปรากฏตัว ตามห้วงเวลาที่ได้รับข่าวสารข้างต้นจากหน่วยข่าวกรองในพื้นที่   ในการปฏิบัติแต่ละชุดจะทำการวางตัว  เพื่อทำการเป็นชุดเฝ้าตรวจ และชุดในการติดตามเป้าหมาย  หลักคร่าว ๆ ของการ SR ในพื้นที่ในเมืองก็คือ
 1. แต่งตัวให้เหมือนคนในพื้นที่   -   พยายามแต่งชุดให้กลมกลืนกับคนในพื้นที่แถวนั้น  เขาแต่งตัวยังไง  ก็แต่งให้เหมือนกับพวกเขา เพื่อไม่ให้ตกเป็นจุดสนใจ  
 2. ไม่พกพาอาวุธ  หากใช้ ปืนพก  ก็ควรพกอย่างมิดชิด  -   อันนี้ไม่ว่าใครถ้าเห็นเราพกปืนละก็  เขาก็ตีความไว้ว่าเราเป็นโจรก่อนล่ะครับ  เพราะชาวบ้านต้องคิดว่าถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ต้องแต่งเครื่องแบบมา  เป็นข้อควรระมัดระวังในการปฏิบัติงานที่สำคัญอีกอย่างเลยนะครับข้อนี้
 3. ไม่ใช้วิทยุทางราชการ   ใช้โทรศัพท์มือถือแทน  -   เพื่อความ “เนียน” ในการเป็น สายลับ (agent) ก็ต้องพกโทรศัพท์ครับ  อีกเหตุผลก็คือ ประชาชนในพื้นที่คงไม่มีใครพกวิทยุมา ว. คุยกันกลางตลาดแน่นอน
 4. มีสมุด (ปากกาด้วย) เพื่อจดรายละเอียด  -  ข้อนี้ก็สำคัญ  เนื่องจากสมองของมนุษย์  ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่จะ Memory ข้อมูลที่ได้รับต่าง ๆ  ลงบันทึกได้อย่างครบถ้วน  และคงไม่มีใครมีเวลามานั่งเปิดโน้ตบุ๊คนั่งจิ้มพิมพ์ข้อมูลกันตรงนั้นแน่ ๆ  การจดลงสมุดจึงเป็นวิธีเก็บข้อมูลได้ดี และเร็วที่สุดสำหรับเราครับ
 5. การพรางตัว  -   อันนี้เป็นยุทธวิธีที่หลาย ๆ ท่านอาจจะเห็นในหนังบ่อย ๆ   ไม่ว่าจะเป็น    นั่งอ่านหนังสือป้ายรถเมล์    นั่งจิบกาแฟในร้าน หรือลอปบี้โรงแรม   หรืออาจประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น  คนขายสลากกินแบ่ง   มอเตอร์ไซค์รับจ้าง  เป็นต้น    นั้นคือการอำพรางสถานะของเราในการปฏิบัติงานครับ 
 6. ใช้เวลาในการเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด  -  ในเมื่อพบกับเป้าหมาย และได้ทำการติดตามดูพฤติกรรมต่าง ๆ  แล้ว    ทำการเก็บข้อมูลให้ได้มาก เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลส่งต่อให้ ผบช. รับทราบต่อไป

        เมื่อทำเก็บข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วสิ่งที่สำคัญอีกประการก็คือ การรายงาน (Reporting)   ซึ่งหัวข้อการรายงานของทหารจะครอบคลุมในหัวข้อ 

SALUTE   ครับ
 S  -  Size       ขนาด
 A  -  Activity      พฤติกรรม
 L  -  Location      สถานที่
 U  -  Unit/Uniform     หน่วย/การแต่งกาย
 T  -   Time  เวลาที่พบ
 E  -   Equipment อาวุธ , ยุทโธปกรณ์

          ในส่วนของ ชป.รพศ. ของผม  รับภารกิจเฝ้าตรวจ และติดตาม เป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบของภารกิจ ที่จะมาเคลื่อนไหวสถานที่สำคัญ คือ ไปรษณีย์พิษณุโลก (ลืมบอกไปว่าบุคคลเป้าหมายในการฝึก เป็นทหารฝรั่งครับ แต่ทหารฝรั่งพวกนี้เขาจะแอบมานอนในโรงแรมในเมืองพิษณุโลกตั้งแต่ก่อนการฝึก  โดยไม่ให้เรารู้  จะได้จำไม่ได้ว่าเป็นใคร  ทำนองว่ากะเนียนกับฝรั่งนักท่องเที่ยวอื่น ๆ  ที่เดินกันเกลื่อนในเมือง ทำให้เราสับสน   แต่ก็ว่าแหล่ะ ไม่มีอะไรที่ รพศ. ไทยอย่างเราไม่รู้  หุ  หุ)    ในการปฏิบัติ ชป. ของผมได้เฝ้าตรวจ และเกาะติดบุคคลเป้าหมายได้ลุล่วงจนลุล่วงตามห้วงเวลาที่กำหนด  โดยสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของบุคคลเป้าหมายได้ พร้อมทั้งรูปถ่ายเพื่อใช้เป็นหลักฐาน  ก็จะมีในไปรษณีย์ที่แอบถ่ายภาพบุคคลเป้าหมายได้ยากหน่อยครับ   เนื่องจากเป็นเวลาราชการ และมีประชาชนมาใช้บริการเยอะ  แต่ก็ทำการประสานบอกกับเจ้าหน้าที่ในไปรษณีย์ไว้ก่อนแล้วว่าเป็นการฝึก  จึงไม่น่าเป็นห่วงอะไรไม่ห่วงอะไร    หลังจากนั้นก็กลับมาสรุปการปฏิบัติในภารกิจกัน   ก็เลยได้คำติดปากที่ฝรั่งมักจะบอก  “good job.”  ก็ฟังไปนาน ๆ  ก็กลายเป็น “ก๋วยจั๊บ” ไปซะได้  หรือว่าผมหิวจนหูเพี้ยนรึเปล่าเนี่ย  

            ก็ดำเนินฝึกจนจบหัวข้อ  SR ในเมือง  ชุดทหาร รพศ.สหรัฐ ที่ฝึกในเมืองก็จบภารกิจไป  และมีอีกชุดได้เข้ามาดำเนินการฝึก SR ในพื้นที่ป่า   ซึ่งการฝึกก็เหมือนเป็นการต่อยอดจากเดิม เพียงแต่ย้ายเข้าไปปฏิบัติในพื้นที่ป่า  สถานการณ์ยังคงมีผู้ก่อการร้าย  ยังคงมีแผนมุ่งหวังที่จะก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่   และได้เข้ามาเคลื่อนไหววางแผน  ส่งเงินที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (IED)  บริเวณป่าใกล้เขตค่ายทหาร โดยจะมีคนไทยรวมอยู่ด้วย (อันนี้ข้าศึกสมมุติจัดจาก บก.ฝึกร่วมผสมฯ)  เป็นบอดี้การ์ดบ้าง  เป็นแนวร่วมบ้าง  โดยภารกิจครั้งนี้   จากข่าวสารหน่วยข่าวกรอง   จะมีการขนย้ายวัตถุระเบิดเพื่อใช้ในการประกอบกับรถยนต์ (Car Bomb)  และนำไปก่อเหตุ   มีการขนย้ายอาวุธที่ใช้ในการฝึกอบรมให้กับแนวร่วมในพื้นที่    มาถึงตรงนี้ก็เลยกลับมาลักษณะการจำลองสถานการณ์ใน 3 จชต. ของเราแล้วครับ  ยิ่งเป็นของที่คุ้นเคยสำหรับ รพศ.ไทย อย่างเรา  ที่ต้องกลับลงไปทำงานกันตลอด   ถ้าของฝรั่งประสบการณ์เขาจะอยู่ในทางประเทศอิรัก  ก็ดูคลิป แต่ละคลิปที่เขาเอามาฉายให้ดูแล้วก็สุดยอดจริง ๆ ครับ ที่เกี่ยวกับคาร์บอมบ์ที่ทหารเขาเจอ  ที่อธิบายได้ดีก็ลองดูหนังเรื่อง “The Kingdom” หรือ “ยุทธการเดือด ล่าข้ามแผ่นดิน”   ภาพมันเป็นลักษณะนั้นเลยครับ  ไอ้ที่จุดระเบิดหลอกครั้งแรก  เพื่อสร้างความแตกตื่น  พอคนเยอะ ๆ  ก็จุดระเบิดลูกที่สองอีกครั้ง  (ภาคใต้เราก็ใช้)   อาจจะมีหนังอีกหลายเรื่องนะครับ แต่ผมจำได้แค่เรื่องนี้น่ะครับ    ของประเทศเรายังไม่รุนแรงถึงขั้นนั้นครับ  และก็ไม่อยากให้เป็นด้วย    ชักไหลไปทางอื่นอีกแล้วซิ  กลับมาดีกว่า    ในการเริ่มภารกิจในครั้งนี้เป็นการร่วม ชป.รพศ. ทั้ง 4 ทำงานด้วยกัน โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าตรวจกันในแต่ละพื้นที่  จะมี ชป. รพศ.5  เป็นชุดสนับสนุน  เคลื่อนที่เร็ว และตั้งด่านตรวจค้น   ส่วน ชป. อื่น ๆ  จะทำการพรางตัวเป็นชาวบ้าน  ทำสวน  ตัดหญ้า  เก็บผลไม้  อยู่รอบ ๆ  บ้านที่เป้าหมายอาศัยอยู่  ซึ่งในบ้านจะมีแนวร่วมอาศัยอยู่ด้วย   และจะมีแนวร่วมขับรถทำการส่งอาวุธ และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง   เมื่อทำการเฝ้าตรวจเก็บข้อมูลได้แน่ชัดแล้ว  จึงได้รับสั่งการจากหน่วยเหนือให้เข้าจับกุม  ณ  บ้านเป้าหมาย  และแล้วก็จบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งครับ  ทหารชนะ ผู้ร้ายโดนจับ  ปิดสถานการณ์  (จบง่ายดีแฮะ)  และก็ทำการสรุปหลังการฝึก  ผบ.ชุด รพศ.ของสหรัฐ  ก็ให้ “ก๋วยจั๊บ” (Good job.) เราอีกชาม    เป็นอันว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนการฝึกทุกอย่างครับ  
 จากนั้นอีกวันก็เป็นการเข้าฝึกการดำรงชีพในป่า   โดย  รพศ.ไทย  ได้แนะนำการดำรงชีพในป่าแบบ รพศ.ไทย   (ในส่วนนี้ หากมีเวลาจะลองหาข้อมูลการดำรงชีพมาอัพบล็อกให้ได้ดูกันครับ)   ไม่ว่าจะเป็นหาที่พัก  หาน้ำจากเถาวัลย์   หาอาหารจากพืช และสัตว์   จากนั้นก็เป็นการสาธิตการทำอาหารแบบเปิบพิสดาร   ให้ทหารฝรั่งได้ลิ้มลองกัน   แบบว่าได้แซ่บกันถ้วนหน้า
          มีพบย่อมมีจาก  มีพิธีเปิด ย่อมต้องมีพิธีปิด  ฝึกร่วมกันมาเป็นเดือน  ยังไม่ทันได้คุยกันรู้เรื่อง  โดยไม่ต้องใช้ภาษามือช่วยเลย    ก่อนจากกันก็มางานเลี้ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ  ร่วมกันครับ   ผมชอบที่จะพยายามคุยกับเขาให้รู้เรื่องนะครับ   ถ้าตอนไม่มีดีกรีช่วยนี่  รู้สึกจะนึกคำศัพท์ไม่ค่อยออก  Yes  , No , O.K.  ดำไปเรื่อย  แต่พอได้ดีกรีเข้าไปสักนิด  รู้สึกจะมีการไหลลื่นของ RAM ในหัวขึ้นเยอะเลย     ของที่ระลึกจะให้ก็ให้ได้ไม่ทุกคนครับ  เลือกเน้น ๆ  ผู้โชคดีคนเดียวเท่านั้น   เป็นเหรียญพระพุทธชินราช ครับ   ก็ไม่มีเวลาอธิบายสรรพคุณให้ฟังซะด้วย  และแล้วในการฝึกครั้งนี้ก็จบลงด้วยดีครับ  เป็นอีกครั้งที่เราได้แสดงถึงมิตรภาพที่ดีระหว่างนักรบพิเศษไทย กับ นักรบพิเศษ ของสหรัฐฯ  ที่ได้มีโอกาสมาฝึกร่วมกันสำหรับการฝึก  Balance Torch 08 – 3  ในครั้งนิ้  ที่เรียบเรียงมาก็พยายามย่อ ๆ มาครับผม

          จากนั้นห้วงวันที่  9  มิ.ย.  ก็ได้มีโอกาสมาร่วม  OPERATIONS  LESSONS  LEARNED CW2  RAWROTH  SFODA 1121  ที่ จว.ลพบุรี  อีกครับผม  เป็นการนำบทเรียนจากการรบของ รพศ. สหรัฐ ที่เขานำมาเล่าสู่ และแลกเปลี่ยนกับเรา    ไว้ขอนำมาอัพในเอนทรี่ต่อไปละกันครับผม

พระคุ้มครองทุกท่านครับ

Nonger

 

 

 

edit @ 7 Jul 2008 13:50:36 by Nonger