สวัสดีครับผม ในที่สุดก็ได้กลับมาอัพบล๊อคอีกครั้ง ก็ขออภัยที่หายหน้าไปนานเลยครับ ยังไงก็ต้องรีบกลับมาอัพบ้าง หลังจากพกพร่องหน้าที่ในการอัพบล็อกไปนาน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาก็ติดงานฝึกตลอดเลยครับ
ห้วงปลาย เม.ย. - ปลาย พ.ค. ที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ฝึกร่วมผสมระหว่าง รพศ.ไทย กับ รพศ.สหรัฐ ซึ่งใช้รหัส "Balance Torch 08-3" โดยในกลุ่มที่ผมเข้ารับการนี้จะเป็นการฝึก " SR : Special Reconnaissance " หรือ "การลาดตระเวนพิเศษ" การฝึกในครั้งนี้จะมีชุดปฏิบัติการรบพิเศษ ซึ่งจัดการหลายหน่วยใน นสศ. และในส่วนของ ทภ.3 รวม 4 ชป. ได้แก่ รพศ.3 , รพศ.4 , รพศ.5 และ ทภ.3 (เป็น กพ. จาก พล.ม.1 และในส่วนของ ร้อย.ลว.ไกล ทภ.๓) พื้นที่การฝึกก็ใช้พื้นที่ จ.พิษณุโลก ในการฝึก SR ในเมือง(Urban) และพื้นที่รอบ รพศ.4 ใช้ในการฝึก SR ในป่า (Jungle)
ก็เป็นการฝึกที่สนุกมากครับ เพราะที่แปลกใหม่ไม่ค่อยได้ฝึกกันก็น่าจะเป็นการ SR ในเมือง อีกอันก็คงเป็นวิชาการวาดเขียน (Sketching) อันนี้ไม่ใช่จับผู้ต้องสงสัยมานั่งวาดรูปเหมือนนะครับ แบบว่าเป็นการวาดเขียนเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง เมื่อเราได้ทำการเฝ้าตรวจ หรือสำรวจสถานที่ต้องสงสัยมาแล้ว ในกรณีที่ไม่มีกล้องถ่ายภาพนิ่ง หรือกล้องถ่ายวีดีโอบันทึกไว้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลส่งให้หน่วยเหนือต่อไป ซึ่งเป็นการลาดตระเวนพิเศษก็มี แบบเป็นพื้นที่ (Area Reconnaissance) แบบลาดตระเวนเป็นจุด (Point Recon) ในการเข้าหาข้อมูลของเป้าหมาย (Target) ที่ว่าแปลกใหม่ก็คือการลาดตระเวนพิเศษในเมืองในรูปแบบของฝรั่งนี่ ลักษณะออกไปทางหนังแนว "สายลับ" หรือ "จารชน" ประมาณนี้ ครับผม ในอังกฤษก็คงเรียกว่า "เจมส์ บอนส์" ในสหรัฐก็ต้อง "เจสัน บอนส์" แต่ในไทยนี่ไม่รู้จะ "บอน" อะไรดี แฮะ แฮะ นอกเรื่องไปซะล่ะ โดยในการฝึกครั้งนี้ก็จะเป็นการจำลองสถานการณ์ว่ามีผู้ก่อการร้ายข้ามชาติมีการเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย โดยมีแผนจะก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ภารกิจที่ได้รับมอบให้ของแต่ละ ชป.รพศ. ที่เข้าร่วมในการฝึกก็คือ "ต้องทำการเกาะติดเป้าหมายบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นผู้ก่อการร้าย โดยจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล พฤติกรรม และสถานที่ต่าง ๆ ที่ผู้ต้องสงสัยเดินทางไป สิ่งสำคัญที่สุดต้องไม่ให้เป้าหมายซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัย รู้สึกตัวว่ากำลังตกเป็นเป้า และถูกติดตาม"
เป้าหมายของแต่ละชุดจะมีข้อมูลเพียงรูปถ่ายของบุคคลเป้าหมาย และสถานที่ที่คาดว่าน่าจะปรากฏตัว ตามห้วงเวลาที่ได้รับข่าวสารข้างต้นจากหน่วยข่าวกรองในพื้นที่ ในการปฏิบัติแต่ละชุดจะทำการวางตัว เพื่อทำการเป็นชุดเฝ้าตรวจ และชุดในการติดตามเป้าหมาย หลักคร่าว ๆ ของการ SR ในพื้นที่ในเมืองก็คือ
1. แต่งตัวให้เหมือนคนในพื้นที่ - พยายามแต่งชุดให้กลมกลืนกับคนในพื้นที่แถวนั้น เขาแต่งตัวยังไง ก็แต่งให้เหมือนกับพวกเขา เพื่อไม่ให้ตกเป็นจุดสนใจ
2. ไม่พกพาอาวุธ หากใช้ ปืนพก ก็ควรพกอย่างมิดชิด - อันนี้ไม่ว่าใครถ้าเห็นเราพกปืนละก็ เขาก็ตีความไว้ว่าเราเป็นโจรก่อนล่ะครับ เพราะชาวบ้านต้องคิดว่าถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ก็ต้องแต่งเครื่องแบบมา เป็นข้อควรระมัดระวังในการปฏิบัติงานที่สำคัญอีกอย่างเลยนะครับข้อนี้
3. ไม่ใช้วิทยุทางราชการ ใช้โทรศัพท์มือถือแทน - เพื่อความ “เนียน” ในการเป็น สายลับ (agent) ก็ต้องพกโทรศัพท์ครับ อีกเหตุผลก็คือ ประชาชนในพื้นที่คงไม่มีใครพกวิทยุมา ว. คุยกันกลางตลาดแน่นอน
4. มีสมุด (ปากกาด้วย) เพื่อจดรายละเอียด - ข้อนี้ก็สำคัญ เนื่องจากสมองของมนุษย์ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่จะ Memory ข้อมูลที่ได้รับต่าง ๆ ลงบันทึกได้อย่างครบถ้วน และคงไม่มีใครมีเวลามานั่งเปิดโน้ตบุ๊คนั่งจิ้มพิมพ์ข้อมูลกันตรงนั้นแน่ ๆ การจดลงสมุดจึงเป็นวิธีเก็บข้อมูลได้ดี และเร็วที่สุดสำหรับเราครับ
5. การพรางตัว - อันนี้เป็นยุทธวิธีที่หลาย ๆ ท่านอาจจะเห็นในหนังบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น นั่งอ่านหนังสือป้ายรถเมล์ นั่งจิบกาแฟในร้าน หรือลอปบี้โรงแรม หรืออาจประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น คนขายสลากกินแบ่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น นั้นคือการอำพรางสถานะของเราในการปฏิบัติงานครับ
6. ใช้เวลาในการเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด - ในเมื่อพบกับเป้าหมาย และได้ทำการติดตามดูพฤติกรรมต่าง ๆ แล้ว ทำการเก็บข้อมูลให้ได้มาก เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลส่งต่อให้ ผบช. รับทราบต่อไป
เมื่อทำเก็บข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วสิ่งที่สำคัญอีกประการก็คือ การรายงาน (Reporting) ซึ่งหัวข้อการรายงานของทหารจะครอบคลุมในหัวข้อ
SALUTE ครับ
S - Size ขนาด
A - Activity พฤติกรรม
L - Location สถานที่
U - Unit/Uniform หน่วย/การแต่งกาย
T - Time เวลาที่พบ
E - Equipment อาวุธ , ยุทโธปกรณ์
ในส่วนของ ชป.รพศ. ของผม รับภารกิจเฝ้าตรวจ และติดตาม เป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบของภารกิจ ที่จะมาเคลื่อนไหวสถานที่สำคัญ คือ ไปรษณีย์พิษณุโลก (ลืมบอกไปว่าบุคคลเป้าหมายในการฝึก เป็นทหารฝรั่งครับ แต่ทหารฝรั่งพวกนี้เขาจะแอบมานอนในโรงแรมในเมืองพิษณุโลกตั้งแต่ก่อนการฝึก โดยไม่ให้เรารู้ จะได้จำไม่ได้ว่าเป็นใคร ทำนองว่ากะเนียนกับฝรั่งนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เดินกันเกลื่อนในเมือง ทำให้เราสับสน แต่ก็ว่าแหล่ะ ไม่มีอะไรที่ รพศ. ไทยอย่างเราไม่รู้ หุ หุ) ในการปฏิบัติ ชป. ของผมได้เฝ้าตรวจ และเกาะติดบุคคลเป้าหมายได้ลุล่วงจนลุล่วงตามห้วงเวลาที่กำหนด โดยสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของบุคคลเป้าหมายได้ พร้อมทั้งรูปถ่ายเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ก็จะมีในไปรษณีย์ที่แอบถ่ายภาพบุคคลเป้าหมายได้ยากหน่อยครับ เนื่องจากเป็นเวลาราชการ และมีประชาชนมาใช้บริการเยอะ แต่ก็ทำการประสานบอกกับเจ้าหน้าที่ในไปรษณีย์ไว้ก่อนแล้วว่าเป็นการฝึก จึงไม่น่าเป็นห่วงอะไรไม่ห่วงอะไร หลังจากนั้นก็กลับมาสรุปการปฏิบัติในภารกิจกัน ก็เลยได้คำติดปากที่ฝรั่งมักจะบอก “good job.” ก็ฟังไปนาน ๆ ก็กลายเป็น “ก๋วยจั๊บ” ไปซะได้ หรือว่าผมหิวจนหูเพี้ยนรึเปล่าเนี่ย
ก็ดำเนินฝึกจนจบหัวข้อ SR ในเมือง ชุดทหาร รพศ.สหรัฐ ที่ฝึกในเมืองก็จบภารกิจไป และมีอีกชุดได้เข้ามาดำเนินการฝึก SR ในพื้นที่ป่า ซึ่งการฝึกก็เหมือนเป็นการต่อยอดจากเดิม เพียงแต่ย้ายเข้าไปปฏิบัติในพื้นที่ป่า สถานการณ์ยังคงมีผู้ก่อการร้าย ยังคงมีแผนมุ่งหวังที่จะก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ และได้เข้ามาเคลื่อนไหววางแผน ส่งเงินที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (IED) บริเวณป่าใกล้เขตค่ายทหาร โดยจะมีคนไทยรวมอยู่ด้วย (อันนี้ข้าศึกสมมุติจัดจาก บก.ฝึกร่วมผสมฯ) เป็นบอดี้การ์ดบ้าง เป็นแนวร่วมบ้าง โดยภารกิจครั้งนี้ จากข่าวสารหน่วยข่าวกรอง จะมีการขนย้ายวัตถุระเบิดเพื่อใช้ในการประกอบกับรถยนต์ (Car Bomb) และนำไปก่อเหตุ มีการขนย้ายอาวุธที่ใช้ในการฝึกอบรมให้กับแนวร่วมในพื้นที่ มาถึงตรงนี้ก็เลยกลับมาลักษณะการจำลองสถานการณ์ใน 3 จชต. ของเราแล้วครับ ยิ่งเป็นของที่คุ้นเคยสำหรับ รพศ.ไทย อย่างเรา ที่ต้องกลับลงไปทำงานกันตลอด ถ้าของฝรั่งประสบการณ์เขาจะอยู่ในทางประเทศอิรัก ก็ดูคลิป แต่ละคลิปที่เขาเอามาฉายให้ดูแล้วก็สุดยอดจริง ๆ ครับ ที่เกี่ยวกับคาร์บอมบ์ที่ทหารเขาเจอ ที่อธิบายได้ดีก็ลองดูหนังเรื่อง “The Kingdom” หรือ “ยุทธการเดือด ล่าข้ามแผ่นดิน” ภาพมันเป็นลักษณะนั้นเลยครับ ไอ้ที่จุดระเบิดหลอกครั้งแรก เพื่อสร้างความแตกตื่น พอคนเยอะ ๆ ก็จุดระเบิดลูกที่สองอีกครั้ง (ภาคใต้เราก็ใช้) อาจจะมีหนังอีกหลายเรื่องนะครับ แต่ผมจำได้แค่เรื่องนี้น่ะครับ ของประเทศเรายังไม่รุนแรงถึงขั้นนั้นครับ และก็ไม่อยากให้เป็นด้วย ชักไหลไปทางอื่นอีกแล้วซิ กลับมาดีกว่า ในการเริ่มภารกิจในครั้งนี้เป็นการร่วม ชป.รพศ. ทั้ง 4 ทำงานด้วยกัน โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าตรวจกันในแต่ละพื้นที่ จะมี ชป. รพศ.5 เป็นชุดสนับสนุน เคลื่อนที่เร็ว และตั้งด่านตรวจค้น ส่วน ชป. อื่น ๆ จะทำการพรางตัวเป็นชาวบ้าน ทำสวน ตัดหญ้า เก็บผลไม้ อยู่รอบ ๆ บ้านที่เป้าหมายอาศัยอยู่ ซึ่งในบ้านจะมีแนวร่วมอาศัยอยู่ด้วย และจะมีแนวร่วมขับรถทำการส่งอาวุธ และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อทำการเฝ้าตรวจเก็บข้อมูลได้แน่ชัดแล้ว จึงได้รับสั่งการจากหน่วยเหนือให้เข้าจับกุม ณ บ้านเป้าหมาย และแล้วก็จบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งครับ ทหารชนะ ผู้ร้ายโดนจับ ปิดสถานการณ์ (จบง่ายดีแฮะ) และก็ทำการสรุปหลังการฝึก ผบ.ชุด รพศ.ของสหรัฐ ก็ให้ “ก๋วยจั๊บ” (Good job.) เราอีกชาม เป็นอันว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนการฝึกทุกอย่างครับ
จากนั้นอีกวันก็เป็นการเข้าฝึกการดำรงชีพในป่า โดย รพศ.ไทย ได้แนะนำการดำรงชีพในป่าแบบ รพศ.ไทย (ในส่วนนี้ หากมีเวลาจะลองหาข้อมูลการดำรงชีพมาอัพบล็อกให้ได้ดูกันครับ) ไม่ว่าจะเป็นหาที่พัก หาน้ำจากเถาวัลย์ หาอาหารจากพืช และสัตว์ จากนั้นก็เป็นการสาธิตการทำอาหารแบบเปิบพิสดาร ให้ทหารฝรั่งได้ลิ้มลองกัน แบบว่าได้แซ่บกันถ้วนหน้า
มีพบย่อมมีจาก มีพิธีเปิด ย่อมต้องมีพิธีปิด ฝึกร่วมกันมาเป็นเดือน ยังไม่ทันได้คุยกันรู้เรื่อง โดยไม่ต้องใช้ภาษามือช่วยเลย ก่อนจากกันก็มางานเลี้ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกันครับ ผมชอบที่จะพยายามคุยกับเขาให้รู้เรื่องนะครับ ถ้าตอนไม่มีดีกรีช่วยนี่ รู้สึกจะนึกคำศัพท์ไม่ค่อยออก Yes , No , O.K. ดำไปเรื่อย แต่พอได้ดีกรีเข้าไปสักนิด รู้สึกจะมีการไหลลื่นของ RAM ในหัวขึ้นเยอะเลย ของที่ระลึกจะให้ก็ให้ได้ไม่ทุกคนครับ เลือกเน้น ๆ ผู้โชคดีคนเดียวเท่านั้น เป็นเหรียญพระพุทธชินราช ครับ ก็ไม่มีเวลาอธิบายสรรพคุณให้ฟังซะด้วย และแล้วในการฝึกครั้งนี้ก็จบลงด้วยดีครับ เป็นอีกครั้งที่เราได้แสดงถึงมิตรภาพที่ดีระหว่างนักรบพิเศษไทย กับ นักรบพิเศษ ของสหรัฐฯ ที่ได้มีโอกาสมาฝึกร่วมกันสำหรับการฝึก Balance Torch 08 – 3 ในครั้งนิ้ ที่เรียบเรียงมาก็พยายามย่อ ๆ มาครับผม
จากนั้นห้วงวันที่ 9 มิ.ย. ก็ได้มีโอกาสมาร่วม OPERATIONS LESSONS LEARNED CW2 RAWROTH SFODA 1121 ที่ จว.ลพบุรี อีกครับผม เป็นการนำบทเรียนจากการรบของ รพศ. สหรัฐ ที่เขานำมาเล่าสู่ และแลกเปลี่ยนกับเรา ไว้ขอนำมาอัพในเอนทรี่ต่อไปละกันครับผม
พระคุ้มครองทุกท่านครับ
Nonger
edit @ 7 Jul 2008 13:50:36 by Nonger
